แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2545-2559)
1. จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
ตอบ สภาพปัญหาของสังคมไทยปัจจุบัน
1.ประชากร
- คุณภาพการศึกษา คุณภาพการศึกษา
ได้แก่ปัญหาการไม่รู้หนังสือ ขาดความรู้ในการประกอบอาชีพ ปัญหาทางการศึกษาของไทยที่ถือได้ว่าเป็น
อุปสรรคขัดขวางต่อการพัฒนาคุณภาพประชากรมากที่สุด คือ ปัญหาความเสมอภาค
2.ทางการศึกษา
- การว่างงาน
การว่างงานส่งให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ปัญหาอาชญากรรม แหล่งชุมชนแออัด
-
การอพยพย้ายถิ่นของคนในชนบทเข้าสู่เมืองทำให้เกิดปัญหาชุมชนเมือง
การอพยพย้ายถิ่นของคนในชนบทเข้าสู่เมืองมีสาเหตุจากฝนแล้ง ผลผลิตราคา ตกต่ำ ฯลฯ
ส่งผลให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ชุมชนแออัด การจราจร เป็นต้น ซึ่งยกเว้นปัญหาการขาดแคลนสาธารณูปโภค
-
ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย
ปัญหาด้านสุขภาพอนามัยมีสาเหตุมาจากการขาดความรู้ บริการด้านอนามัยและสาธารณสุขของรัฐไม่เพียงพอพื้นฐานใน
ปัญหา ด้านสาธารณสุขและอนามัยของประเทศไทย คือ ความยากจนและขาดการศึกษาของประชาชน
3. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- สาเหตุจากธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงต่าง
ๆ ของสภาพทางธรรมชาติพื้นผิวโลกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
อาจมีผลต่อเนื่องถึงการเกิดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากระรรมชาติได้
-
สาเหตุจากมนุษย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่จะมีมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ถูกวิธี
ไม่เหมาะสม หรือไม่มีการควบคุม จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลเสียหายตามมา
โดยหากพิจารณาถึงสาเหตุการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของมนุษย์
จะสามารถแบ่งเป็นสาเหตุต่าง ๆ
4.การวิจัยและการพัฒนา
การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ไม่ควรเน้นเฉพาะด้านอุปทานด้วยการสนับสนุนเงินทุน ทรัพยากร องค์ความรู้
และบุคลากรสำหรับการทำวิจัยและพัฒนาเท่านั้น
แต่ควรจัดการด้านอุปสงค์ของการวิจัยและพัฒนาด้วย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมบรรยากาศการแข่งขันด้วยการเปิดเสรีให้มีการแข่งขันมากขึ้น
และการพัฒนากฎหมายและกลไกการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า (Antitrust
law) การขจัดปัญหาคอร์รัปชันและผลประโยชน์ทับซ้อน
การพัฒนากลไกการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งการปรับปรุงระบบการศึกษาและวัฒนธรรมการทำธุรกิจ
เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการให้เห็นความสำคัญของการวิจัยและพัฒนา
และมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
ตลอดจนทำให้ผู้บริโภครู้จักการรักษาสิทธิของตนเอง
5.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปัจจุบันเป็นที่ตระหนัก
และยอมรับกันทั่วไปว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น ปัจจัยหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำ
เป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิต ไปสู่การกินดี
อยู่ดี ของประชากรโดยส่วนรวมนั้น คือ การมีฐานทางวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง มีการพัฒนา และนำเทคโนโลยี ไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างจริงจัง
เพื่อเป้าหมายสูงสุด
คือประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคม ดังคำกล่าวที่ว่า “ผู้ใดครองเทคโนโลยี
ผู้นั้นครองเศรษฐกิจ ผู้ใดครองเทคโนโลยี ผู้นั้นครองอำนาจ” ดังนั้น เป้าหมายสูงสุด
ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อ คุณภาพชีวิต ก็คือ เพื่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม
และสิ่งแวดล้อม
6.การเมือง เศรษฐกิจและสังคม
ปัญหาการเมืองในประเทศไทยเป็นปัญหาเรื้อรังมากว่าครึ่งทศวรรษ
โดยหลายคนนับว่าจุดเริ่มต้นของปัญหาอยู่ที่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
แต่ผมคิดว่าปัญหาได้สะสมมาก่อนหน้านั้นหลายปี
ความไม่ยุติธรรมในการแบ่งปันประโยชน์ระหว่างคนกลุ่มต่าง ๆ
ในสังคมมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสร้างความไม่พอใจสะสมให้กับคนกลุ่มต่าง ๆ
นำมาสู่ความหวาดระแวง ความหมั่นไส้ ความไม่ชอบ
และในที่สุดก็กลายเป็นความแตกแยกแบ่งชนชั้นของคนกลุ่มต่าง ๆ ในสังคมไทย ทั้ง ๆ
ที่โครงสร้างประชากรของคนในประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาอย่างประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีความแตกต่างกันในแง่ชนเผ่าที่แตกต่างกัน
แต่เพราะความไม่ยุติธรรมที่เกิดจากการบิดเบือนในโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม
บวกกับความเห็นแก่ตัวของคนที่มีโอกาสมากกว่า ไม่เห็นอกเห็นใจคนที่มีโอกาสน้อยกว่า
ยิ่งสร้างให้สังคมไทยต้องแตกแยกอย่างน่าเสียดาย ทั้ง ๆ ที่พื้นฐานของคนไทยเป็นคนที่รักพวกพ้อง
แต่มีคนบางกลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
ได้สร้างความแตกแยกใส่ในหัวใจคนไทยจนยากที่จะแก้ไขกลับมาให้สงบสุขอย่างเดิมได้
7.การศึกษา
การศึกษาในปัจจุบันมีปัญหา
จึงทำให้เกิดวิกฤตทางปัญญา แล้วพาให้เกิดวิกฤตชาติ การแก้วิกฤตต้องทำหลายอย่าง
รวมทั้งการรักษาด้วยยุทธศาสตร์ทางปัญญา
และการปฏิรูปการศึกษาเพื่อความเข้มแข็งทางปัญญาโดยรอบด้านโดยเร็ว
การปฏิรูปการศึกษาจึงเป็นวาระเร่งด่วนของชาติ
และประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษา คือ
การบริหารจัดการศึกษาขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผล คือ
ในปัจจุบันมีการบริหารรวมศูนย์อำนาจสู่ส่วนกลาง, มีการจัดองค์กรซ้ำซ้อน
ไม่มีเอกภาพด้านนโยบาย และมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรต่ำ, ขาดการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม, จึงไม่ได้คนดีคนเก่งมาเป็นครู, สังคมขาดศรัทธาและความเชื่อมั่นในวิชาชีพครู, ขาดการพัฒนานโยบายอย่างต่อเนื่อง, ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อเข้าถึงแหล่งเรียนรู้
และขาดความเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน
8.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
- ปัญหาด้านศาสนา
เด็กและเยาวชนไม่สามารถนำองค์ความรู้และหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา
มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและแก้ไขปัญหาได้ สาเหตุอาจเกิดจากไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสำคัญ การห่างวัด ห่างศาสนา
มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและแก้ไขปัญหาได้ สาเหตุอาจเกิดจากไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสำคัญ การห่างวัด ห่างศาสนา
- ปัญหาด้านศิลปะ
เด็กและเยาวชนขาดองค์ความรู้ด้านศิลปะ
และเข้าใจถึงคุณค่าซาบซึ้งในความสุนทรีย์ของศิลปะ
ขาดการนำศิลปะมากล่อมเกลาเด็กและเยาวชนให้มีจิตใจที่ละเอียดอ่อน มีคุณธรรม
จริยธรรมและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น
ด้านวัฒนธรรมเด็กและเยาวชนขาดองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม
อาทิ
- วัฒนธรรมด้านภาษา
ปัจจุบันเด็กและเยาชนไทยอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้
หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงภาษาของวัยรุ่น ศัพท์แสลงหรือคำเฉพาะกลุ่มต่าง ๆ
หากนำไปใช้เพื่อสื่อสารกันเองภายในกลุ่มเล็ก ๆ คงไม่เสียหายมากนักแต่หากอยู่ในที่สาธารณะหรือใช้สื่อสารอย่างเป็นทางการ
การพูดคุยกับผู้ใหญ่ หรือในการเรียนนั้นก็ควรจะต้องใช้ภาษาที่ถูกต้องทั้งในการพูด
อ่านและเขียน อย่างไรก็ตามการจะให้เด็กใช้ภาษาไทยอย่างสุภาพและถูกต้องนั้น ผู้ใหญ่
พ่อแม่ ครู อาจารย์ และบุคคลสาธารณะต่าง ๆ ควรสอนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กด้วย
ในการแก้ปัญหาของสภาพสังคมไทยปัจจุบันนั้น
ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาจากต้นเหตุไม่ใช่ที่ปลายเหตุ
ซึ่งในการจะดำเนินการนั้นมันยากที่จะทำให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ซึงเราต้องมีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
1. แก้ปัญหาแบบระยะสั้น
หรือแบบย่อย เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ที่ไม่ได้มีการวางแผนมาก่อน
2. แก้ปัญหาแบบระยะยาว
หรือแบบรวม เพื่อหามาตราการมิให้เกิดปัญหานั้นอีก
2.จงอธิบายทิศทางใหม่ในการจัดการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว
15 ปี
ตามที่ท่านมีภูมิรู้และเข้าใจ
ตอบ
สำหรับทิศทางใหม่ในการศึกษาตามแผนยุทธ์ศาสตร์ระยะยาว 15 ปี จะเริ่มใช้แผนการศึกษาในพ.ศ.2560-2575
นำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการศึกษาในช่วงระยะเวลาดังกล่าว
ที่เน้นการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้องในระบบการศึกษา
เป็นการกระจายอำนาจลงสู่ทุกๆส่วนเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันให้มากที่สุด
เป็นการผลักดันระบบการศึกษาไปสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน
ต้องปรับเปลี่ยนระบบและปรับปรุงการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
3. ท่านคิดว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มุ่งพัฒนาให้เกิด "การพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย" ได้อย่างไร
ตอบ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่คนไทย เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนา และบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา ความพอเพียงหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และต้องประกอบไปด้วยสองเงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม
4.แนวนโยบายเพื่อดำเนินการพัฒนาคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิตให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้
มีเป้าหมาย
และ
กรอบดำเนินการอย่างไร
ตอบ เป้าหมาย
1.เด็กปฐมวัยอายุ
0-5 ปีทุกคน
ได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมทุกด้านก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษา
2.เด็กทุกคนจบการศึกษาภาคบังคับเก้าปี
3.คนไทยทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปี
4.มีกำลังคนด้านอาชีวศึกษาระดับต่างๆที่ีคุณภาพ
และปริมาณเพียงพอกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ
5.มีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานในรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย
6.ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปีมีโอกาสได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดในหลากหลายรูปแบบ
7.มีการจัดบริการทางการศึกษานรูปแบบวิธีการต่างๆทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบและนอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย
เพื่อเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการศึกษาของประชนทุกคน
กรอบดำเนินการ
1.ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและการ
เตรียมความพร้อมในรูปแบบที่หลากหลาย โดยเน้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง
2.ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย
3.จัดบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
4. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อพัฒนากำลังคนทุกระดับในภาคการผลิตและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ยกระดับความรู้
ความสามารถในทางวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
5. ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มีความหลากหลาย
และให้เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศและตอบสนองความต้องการชุมชนท้องถิ่น
6. จัดบริการการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษต่าง
ๆ
7. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเฉพาะทาง
5. แนวนโยบายเพื่อดำเนินการและเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มีเป้าหมายและกรอบดำเนินการอย่างไร
ตอบ เป้าหมาย
1. มีการบูรณาการด้านการศึกษา ศาสนาศิลปะ และวัฒนธรรม ทั้งเนื้อหา กระบวนการ และกิจกรรมการเรียนรู้
2. บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชนองค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบัน ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบัน สังคมอื่นทุกแห่งร่วมคิดและร่วมดำเนินงานเพื่อพัฒนาคนไทยให้มีศีลธรรมคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม
3. คนไทยส่วนใหญ่มีค่านิยม และพฤติกรรมที่เหมาะสมตามระบบวิถีชีวิตที่ดีงาม
กรอบดำเนินการ
1) ปฏิรูปโครงสร้างเนื้อหาของหลักสูตรในทุก ระดับการศึกษาให้มีสาระของความรู้เกี่ยว กับความจริงของชีวิตและธรรมชาติ หลักธรรมของศาสนา คุณธรรม จริยธรรม
2) ส่งเสริมบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นมีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างศีลธรรม จริยธรรม ค่านิยมอันดีงาม
3) บูรณาการการศึกษาและศาสนาเข้าด้วยกันโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นความรู้ และคุณธรรม
4) ส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ด้วยกระบวนการทางการศึกษาและฝึกอบรม
6.ท่านมีแนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ทำได้อย่างไร
ตอบ ในเรื่องของสังคมแห่งการเรียนรู้
เป็นสังคมที่มุ่งพัฒนาเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นภายนอก
และรู้จักการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสม เป็นสังคมที่เกิดการเรียนรู้จากสื่อ
เทคโนโลยี และการแสวงหาความรู้ใหม่ๆจากสื่อเทคโนโลยี
แนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
ครูไทยควรจะปรับเปลี่ยนการสอนที่เคยสอนในกระดานดำ
น่าจะลองเปลี่ยนมาสอนบนหน้ากระดานเฟสตามความสนใจของนักเรียนเพื่อปรับวิธีการสอนแบบใหม่แต่ได้เนื้อหาเท่าเดิม
การเรียนแบบนี้น่าจะทำให้เด็กอยากเรียนมากยิ่งขึ้น
การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในชั้นเรียน อาจจะเรียนรู้จากสื่อ
อินเทอร์เน็ตในทางที่ถูกในการใช้เพื่อแสวงหาองค์ความรู้ไม่ใช่การ
เล่นเพื่อความบันเทิง ถ้าหาดชกสังคมไทยเปลี่ยนเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้ประเทศชาติคงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
7. การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน ท่านเข้าใจว่าอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การพัฒนา เพื่อให้คนไทยส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรืออยู่ดีมีสุข จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนา หรือยุทธศาสตร์การพัฒนาใหม่ โดยจะต้องทำการพัฒนาทั้งที่ "ตัวคน" อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา เพื่อให้เป็นคนที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา รู้จักตัวเอง รู้เท่ากันโลก มีศักยภาพที่จะปรับ ตัวเองให้อยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่าตลอดทุกช่วง วัยของชีวิต ควบคู่กับพัฒนาสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวคน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การบริหารจัดการ ฯลฯ ให้เอื้อต่อการพัฒนาคน
การพัฒนาสภาพแวดล้อมของสังคม ให้เอื้อต่อการพัฒนาคน
ประกอบด้วย แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในชุมชน การสร้างโอกาสให้คน ครอบครัว ชุมชน มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และสังคม การพัฒนาระบบความมั่นคงทางสังคม เพื่อสร้างหลักประกันด้านต่างๆ แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง การเสริมสร้างขีดความสามารถ ในระบบอำนวยความยุติธรรม และระบบความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้แก่ประชาชน และการส่งเสริมให้วัฒนธรรม มีบทบาทในการพัฒนาคน และประเทศให้สมดุล และยั่งยืน
8. การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการพัฒนาประเทศมีเป้าหมายและกรอบการดำเนินการอย่างไร
ตอบ เป้าหมาย
1. มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการศึกษาอย่างทั่วถึง
2. ประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และสามารถใช้เพิ่มพูนความรู้และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
กรอบการดำเนินงาน
1) ส่งเสริมหน่วยงานทุกระดับและสถานศึกษาทุกแห่งให้มีระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
2) ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และ เพิ่มคุณภาพการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
3) ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ใช้ และผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีจิตสำนึก จรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบ และผลิต สื่อเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ
4) พัฒนาผู้รับและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถเลือกสรร กลั่นกรอง และใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ
9.แนวทางการบริหารเพื่อนำสู่แผนการปฏิบัติ มีอะไรบ้าง
ตอบ 1. ระดมสรรพกำลังของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
โดยเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมทุกกระบวนการมีการเปลี่ยนแปลงแผนสู่การปฏิบัติทุกขั้นตอน
โดยให้มีการเรียนรู้แผนและบรูณาการกระบวนความคิดเพื่อจัดทำกรอบของแผนร่วมกัน
2. สร้างกรอบแนวคิดและหลักการในการจัดทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ
และสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชน
โดยเปิดโอกาสให้มีการดำเนินการเพื่อทำข้อตกลงร่วมกันของบุคคล/องค์กรที่เกี่ยวข้อง
3. จัดทำกรอบและหลักเกณฑ์การแปลงแผนสู่การปฏิบัติ เพื่อให้แผนงาน
แผนเงิน และแผนคน
สอดคล้องกับยุทธ์ศาสตร์และแนวทางทางการดำเนินงานที่กำหนดไว้ในแผนการศึกษาแห่งชาติ
4. ระบุองค์ที่รับผิดชอบในการทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการเฉพาะด้านตามภาระงานที่รับผิดชอบและนำไปสู่แผนการปฏิบัติ
10. การประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ มีขั้นตอน และกระบวนการประเมินอย่างไร
ตอบ ขั้นเตรียมความพร้อม ได้แก่ การประเมินความรู้ความเข้าใจสาระของแผน ความพร้อมขององค์กรและกลไกตามโครงสร้างการบริหารของแผน ระบบและกลไกการประสานงาน เป็นต้น
ขั้นประเมินกระบวนการปฏิบัติ ได้แก่ กระบวนการจัดทำกรอบแนวทางของแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติ กระบวนการนำแผนสู่การปฏิบัติในทุกขั้นตอน
ขั้นประเมินผลผลิต ผลลัพธ์ และผลประโยชน์ ที่เกิดกับประชาชนว่าเป็นไปตามเป้าหมาย เจตนารมย์เพียงใด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น